ผมได้ยินหลายท่านพูดว่า “บทความ SEO เขียนให้บอทอ่าน” แต่ถ้าถามผมว่าบทความ SEO คืออะไรนั้น ผมจะบอกคนรอบตัวผมเสมอว่ามันคือ “การสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่ง” อยากให้คนรู้ว่าแบรนด์เราขายอะไร ทำอะไร น่าเชื่อถือไหม? ให้เลื่อนคลิปดูไปมาไม่สะดวกทุกครั้งไง บทความเลยเป็น “คำตอบ” ครับ
หัวใจของบทความ SEO
คนที่ยังไม่รู้ว่าบทความ SEO คืออะไร ผมจะได้ยินคำว่า “ ใส่คีย์เข้าไปเยอะ ๆ “ คือดี.. ผมจะบอกว่าไม่ใช่ครับ หัวใจจริง ๆ ของบทความ SEO ก็คือ ความต้องการของคนอ่านครับ หรือก็คือ Search Intent นั่นเอง เราต้องมองว่า “คนที่ค้นหานั้น เจตนาคืออะไร?” หาข้อมูล หารูป หาราคา บลา ๆ
ถ้าเขาค้นหาคำว่า “วิธีดูแลยางรถยนต์” เขายังไม่ได้อยากซื้อยางรถ แต่เขาอยากได้ความรู้ไปดูแลยางรถ เราก็อธิบายไป แล้วแนบรูปและคลิปประกอบ + ใส่คีย์เวิร์ด
เห็นไหม “ ผมมอง Intent ก่อน Keyword เสมอ “
โครงสร้างบทความ SEO ที่ Google รัก
Google ต้องการให้คน อ่านง่าย ครับ หรือก็คือค่า Readability ใน Yoast, Rankmath นั่นแหละ เราต้องจัดระเบียบบทความให้อ่านง่ายครับ ด้วยพื้นฐานนี้
- H1 (Title): พาดหัวที่ดึงดูดและมีคีย์เวิร์ดหลัก
- Sub-headings (H2, H3): แบ่งหัวข้อย่อย
- Short Paragraphs: ย่อหน้าสั้นๆ ไม่เป็นพืด
“บทความที่อ่านง่าย คือการให้เกียรติเวลาของผู้อ่าน”
ยิ่งคนอ่านนาน ยิ่งดีต่อ SEO
Google มองว่า บทความยิ่งมีคนอ่านนานเป็นบทความ SEO คุณภาพ กลับกันถ้ามีคนกดออกทันทีจะกลายเป็น Bounce Rate แทนครับ
วิธีแก้แบบดิบ ๆ เลยคือ แปะรูปอธิบายประกอบไปก่อนเลยครับ (HaHa) เพราะคนเราเข้าใจภาพ Infographic ได้ง่ายกว่าครับ แล้วหลังจากนั้นค่อยอธิบายรายละเอียดลงมาเรื่อย ๆ ซึ่งห้ามลืมว่า บทความต้องตรง Intent และ อ่านง่าย พูดถึงตรงนี้แล้วทุกคนจะเริ่มเข้าใจว่าทำไม บทความ SEO เขียนยาก
- ให้เห็นคำตอบตั้งแต่ย่อหน้าแรก ๆ อย่าลีลา
- Internal Link : ใส่ลิ้งแนะนำบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวขข้องด้วย ทำให้เขาได้ความรู้เพิ่มขึ้น เขาจะอยู่กับเรานานขึ้น
สรุปเขียนบทความ SEO สไตล์ นาย 9NAIDEA
การเขียนบทความ SEO มันไม่ต้องยากครับ ให้นึกถึงตอนที่ “เราแนะนำเพื่อน” เพื่อนถามอะไร เราก็ตอบตามนั้น จนเพื่อนบอกว่า “เอ็งได้ค่าคอมป่ะ?” แสดงว่าข้อมูลดี แล้วเราเอามาจัดหน้ากระดาษให้อ่านง่ายอีกที พอแล้วครับ อย่าทำยาก มันนะ..นะ เหนื่อย ฟรี